Warning: in_array() expects parameter 2 to be array, string given in /home/content/31/10462331/html/babedev/blog/wp-content/plugins/facebook-button-plugin/facebook-button-plugin.php on line 380

Warning: in_array() expects parameter 2 to be array, string given in /home/content/31/10462331/html/babedev/blog/wp-content/plugins/facebook-button-plugin/facebook-button-plugin.php on line 383

กลับมาอีกครั้งกับบทความท่องเที่ยว หลังจากที่หายหัวไปต่อกันดั้มมาหลายเดือน คราวนี้ผมได้เดินทางไปประเทศที่ไม่เคยคิดว่าจะได้ไปและไม่เคยคิดจะไป นั้นก็คือประเทศจีน

ด้วยรีวิวต่างๆมากมายทั้งเพื่อนพี่น้องและตามอินเตอร์เน็ต ทำให้ผมค่อนข้างมีอคติกับประเทศนี้ค่อนข้างมากถึงมากที่สุด เลยเป็นเหตุผลที่ไม่คิดที่จะไปเลยซักครั้ง แต่ทว่าโชคชะตาก็ทำให้ผมต้องไปจนได้

ผมได้รับภารกิจบางอย่างที่ไม่อาจปฎิเสธได้ ต้องไปทำงานอยู่ที่นั้นเป็นเวลา 5 วัน ความรู้สึกแรกเลยคือ…… ฉิบหาย ในตอนแรกก็ยังไม่เท่าไหร่ แต่พอเริ่มใกล้วันเดินทางก็เริ่มประหม่า ค้นคว้าวิธีการเอาตัวรอดต่างๆจากในเน็ต

สิ่งแรกเลยที่ทำให้รู้สึกกังวลใจนั้นก็คือที่ประเทศจีนจะบล็อคเว็บไซต์และบริการเกือบทั้งหมดที่มาจากฝั่งอเมริกาและอีกหลายประเทศ นั้นหมายความว่าผมจะโดนตัดขาดจาก FB, LINE และที่แย่ที่สุดคือ Google เมื่อรู้ดังนั้นผมจึงเตรียมการหาเครื่องมือต่างๆที่จะทำให้ใช้บริการเหล่านี้ได้เอาไว้ก่อน

เอาล่ะ มาถึงเวลาความประทับใจกัน ในบทความนี้ผมจะขอพูดรวมเหตุการณ์ต่างๆตลอด 5 วัน เนื่องจากแต่ละวันส่วนใหญ่จะเป็นการทำงาน ไม่ได้ไปเที่ยวไหนเลยไม่มีจุดเด่นอะไรนัก ก็จะแบ่งเป็นหัวข้อแยกเป็นแต่ละอย่างไป

สนามบินนานาชาติหนานหนิง

สถานที่ที่ผมได้ไปประจำการณ์คือเมืองฟูหนานในมณฑลกวงสี แต่เมืองที่มีสนามบินในมณฑลนี้จะอยู่ที่เมืองหนานหนิงซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่สุด ใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพประมาณ 2 ชม. ด้วยสายการบิน China Southern Airline เป็นสายการบินที่สูงกว่า low cost นิดหน่อย ภายในมีอาหารและของว่างเสิร์ฟ นอกจากนั้นยังมีทีวีให้ดู สร้างความประทับใจให้กับผมที่นั่ง Air Asia มาตลอดยิ่งนัก

C360_2015-05-15-10-53-49-109

Counter สุวรรณภูมิ รูปนี้ถ่ายผิด จริงๆอยู่ฝั่ง W

สนามหนานหนิงมีหน้าตาละม้ายคล้ายสนามบินสุวรรณภูมิ จริงๆสนามบินนานาชาติส่วนใหญ่ก็ออกแบบสไตล์นี้กันเกือบหมด จนชักสงสัยว่ามันเป็นมาตรฐานหรือยังไง ตัวสนามบินมีขนาดไม่กว้างนัก ขนาดน่าจะประมาณดอนเมือง ภายในสะอาดและผู้คนไม่พลุกพล่านอย่างที่คิด

C360_2015-05-15-15-42-11-012

สีสันสไตล์สนามบินนานาชาติทั่วไป

C360_2015-05-19-09-30-37-704

โลโก้ของ China Southern Airline

C360_2015-05-19-08-43-50-496

สะอาด กว้างขวาง

C360_2015-05-19-09-29-50-021

ร้านค้าพอมีบ้าง ส่วนราคาจัดว่าโหด ตุ๊กตาหมีแพนด้าตัวเล็กสุดก็ 200 กว่าหยวนล่ะ

สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับสนามบินจีนมีอยู่สองอย่าง อย่างแรกคือเจ้าหน้าที่ ถ้าเข้าใจไม่ผิดน่าจะเป็นทหารเข้ามาจัดการ หน้าตาของเจ้าหน้าที่แต่ละจุดจะดูเคร่งขรึมและน่าเกรงขามมาก อย่างตอนขาเข้าเมืองเจอเจ้าหน้าที่ตม.จ้องหน้าเขม็ง ทำเอาเสียวสันหลังนึกว่าทำอะไรผิด ถ้าเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะมีโล่และกระบองอันใหญ่ เรียกได้ว่าพี่รปภ.ของเราดูธรรมดาไปเลย

เรื่องที่สองก็คือระบบสายพานกระเป๋า มันน่าสนใจตรงไหนน่ะหรือ จริงๆมันก็เป็นสายพานธรรมดาๆแบบที่เห็นทั่วไปตามสนามบินต่างๆ ผมก็ยืนมองรอกระเป๋ามันออกมา แต่ซักพักก็มีเจ้าหน้าที่พร้อมหมา… ใช่เลย มาพร้อมหมาที่มีเสื้อคลุมบ่งบอกว่าเป๋นเจ้าหน้าที่ตรวจกระเป๋า หน้าที่ของมันคือตรวจหาสิ่งผิดกฎหมาย โดยให้มันขึ้นไปอยู่บนสายพานแล้วไล่ดมทีละใบเลย

โอ้ว แม่ เจ้า ผมไปสนามบินมาหลายที่ ไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน มันสุดยอดเอ็กซ์ตรีมสุดๆ น้องหมาทั้งกระโดดข้าม เดินทับกระเป๋าทีละใบ ดมบ้าง ไม่ดมบ้าง ผมก็ยืนดูอยู่เพลินๆ แต่เพียงซักพักเท่านั้นแหละ…. น้องหมาก็ลงจากสายพานมาตรงที่ว่างๆแถวๆนั้น แล้วก็บรรจงนั่งลงอย่างเรียบร้อย จากนั้นมันก็อึออกมา

……….

โอ้ว เย้ มันอึออกมาเป็นก้อนใหญ่มาก บ่งบอกถึงสุขภาพลำไส้ที่ดีมาก เป็นหมาพันธุ์ดีจริงๆ

เจ้าหน้าที่คุมหมาเห็นดังนั้นจึงจัดการด้วยการเอากระดาษมาวางทับ แล้วไล่ให้มันขึ้นไปทำหน้าที่ต่อ

บอกได้เลยว่าเอ๊กไซต์สุดๆกับการมาสนามบินที่นี้ทั้งเจอหมาตรวจกระเป๋าต่อหน้าแล้วยังได้เห็นมันอึอีก คุ้มจริงๆ

C360_2015-05-19-08-57-06-558

ผมเชื่อว่า ต่อให้มีจราจล เจ้าหน้าที่ที่นี้ก็พร้อมรับมือ

C360_2015-05-15-15-54-39-039

ถ้าในนั้นเป็นอาหารหมา มันจะขย้ำเลยมั้ย

C360_2015-05-15-15-54-02-850

ค่อยๆเบ่งนะ

C360_2015-05-15-15-53-35-343

สังเกตุกระดาษในมือเจ้าหน้าที่ นั้นคือกระดาษปิดบังอึ

บ้านเมืองในกวงสี

มณฑลกวงสีมีขนาดทั้งหมดประมาณ สองแสน ตร.กม. ในขณะที่ประเทศไทยมีขนาดประมาณ ห้าแสน ตร.กม. หรือก็คือมีขนาดประมาณครึ่งนึงของประเทศไทย ตัวสนามบินจะอยู่นอกเมืองหนานหนิงไปประมาณครึ่งชม. ในช่วงสามวันแรกผมต้องเดินทางไปฟูหนานก่อน ใช้เวลาเดินทางจากสนามบินประมาณ 1 ชม. ระหว่างทางก็ได้มองดูวิวรอบทาง ดูแล้วแทบไม่ต่างจากประเทศไทยนัก ยิ่งอากาศที่ไม่ได้เย็น ออกจะร้อนด้วยซ้ำ ยิ่งทำให้ไม่รู้สึกแตกต่าง

ถนนที่นี้ทำได้ดีและกว้างพอสมควร ถนนราดยางต่อเนื่องแทบไม่เห็นรอยต่อ ทำให้รถวิ่งได้นิ่งตลอดทาง จราจรไม่หนาแน่นมากนัก อาจะเพราะถนนที่กว้างมีหลายเลนเลยทำให้รถวิ่งไปได้เรื่อยๆ จะเริ่มมีติดบ้างเมื่อเข้าเมืองแล้ว

ระหว่างทางที่เดินทางไปเมืองฟูหนานจะเห็นมีตึกกำลังก่อสร้างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นคอนโด, วิลล่า ต่างๆ ซึ่งมีหลายตึกที่สร้างเสร็จแล้วแต่กลับไม่มีคนเช่าหรืออาศัย เหตุผลอาจจะเป็นเพราะยังไม่มีคนย้ายมาเมืองนี้มากนัก และตัวคนท้องถิ่นเองก็ไม่ได้มีกำลังทรัพย์มากพอจะซื้อคอนโดหรูแบบนี้ ทำให้ตัวเมืองดูร้างอย่างน่าประหลาดใจ

แม้ว่าเมืองฟูหนานจะดูร้างผู้คน แต่เมืองหนานหนิงซึ่งเป็นเมืองหลักที่หากออกไปเพียงแค่หนึ่งชม.นั้นกลับแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ในวันที่ผมเดินทางไปเมืองหนานหนิง ผมได้เผลอหลับไประหว่างทาง เมื่อตื่นขึ้นมาตอนถึงเมืองหนานหนิง มันช่างดูแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว ทั้งที่เป็นเมืองที่ติดกัน แต่ความเจริญนั้นต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ที่เมืองหนานหนิงผู้คนคับคั่งกว่ามาก มีตึกสูงมากมาย นอกจากนั้นมีระบบรถเมล์และจราจรที่ดูเป็นมาตรฐานกว่า และแน่นอนผู้คนแต่งตัวดีผิดตากว่ากันเยอะ

C360_2015-05-15-16-32-05-461

วิวธรรมชาติที่เห็นได้รอบทางคือ ภูเขาหิน

C360_2015-05-15-16-42-36-291

ตึกแถวในประเทศนี้จะเป็นลักษณะเช่าเป็นบล๊อค แต่ละบล๊อคจะมีขนาดเท่ากัน

C360_2015-05-18-15-21-53-968

ตึกกำลังก่อสร้างมากมาย ดูแล้วคงสามารถรองรับผู้อยู่อาศัยได้อีกมากในอนาคต

C360_2015-05-18-15-22-31-272

แม้ว่าจะมีตึกมากมาย แต่ภายในกลับไม่มีคนมาอาศัยหรือเช่าทำการค้ามากเท่าไหร่นัก

C360_2015-05-18-16-23-58-126

รถเมล์จะหน้าตาเหมือนกันหมด ต่างกันที่หมายเลขเท่านั้น

C360_2015-05-18-16-22-12-433

เมืองหนานหนิงดูเจริญต่างกันลิบลับ

C360_2015-05-18-17-12-02-153

สังเกตุขนาดถนนที่กว้างใหญ่ และแยกที่มีขนาดใหญ่มาก

 C360_2015-05-18-18-20-59-418

วิวรอบๆหนานหนิง

C360_2015-05-18-18-20-51-980

อีกมุม

C360_2015-05-18-18-58-56-486

จักรยานเช่าที่นี้ดูเป็นสัดส่วนน่าใช้

C360_2015-05-18-20-19-27-963

แยกห้าช้าง สัญลักษณ์คู่เมืองหนานหนิง

C360_2015-05-18-18-59-47-322

ห้างเปิดใหม่ในหนานหนิง

อาหารการกิน

สิ่งที่น่ากังวลไม่แพ้เรื่องที่จะโดนการสื่อสาร นั้นคือเรื่องอาหาร เนื่องจากประเทศนี้มีข่าวลือเรื่องอาหารปลอมค่อนข้างมาก ทำให้ผมเป็นกังวลในการซื้ออาหารจากตามร้านค้าต่างๆ ถึงกระนั้นด้วยความที่กลัวหิวยามดึก ผมก็ได้ซื้อบะหมื่กึ่งสำเร็จรูปมา 1 ถ้วยกับ 1 กล่อง ไปไว้ที่ที่พัก แต่ว่าหลังจากที่ซื้อเสร็จแล้วนั้น ล่ามก็ได้นำเสนอข่าวสั้นใจความว่า เดือนก่อนมีคนกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแล้วตาย โดยยี่ห้อที่กินไปนั้น….. คือยี่ห้อเดียวกับที่ผมซื้อไปนั้นเอง

มายก๊อด มาวันแรกก็เจอแจ๊กพ็อตเลย ทำให้ผมไม่กล้าที่จะกินมันลงไป ผมปล่อยทิ้งไว้อีกสองวันจนคืนสุดท้ายที่อยู่ฟูหนาน ผมก็หยิบมันมาลองด้วยความเสียดาย

ผมตัดสินใจลองกินอันที่เป็นแบบถ้วย เพราะแบบกล่องนั้นเป็นแบบแห้ง ดูแล้วท่าทางมีกรรมวิธีการทำเยอะเลยไว้ก่อน ผมจัดแจงเปิดฝา ภายในก็ประกอบไปด้วยอุปกรณ์การทำบะหมี่มาตรฐานคือผงชูรส, น้ำมันเจียว, และเครื่องปรุง

ผมหยิบออกมาพิจารณาอยู่พักใหญ่ แล้วก็ตัดสินใจใส่แค่ผงชูรสและน้ำมันเจียวอย่างละหน่อยเท่านั้น เพราะตัวเครื่องปรุงมันดูเหมือนเศษก้อนหิน ไม่น่าปลอดภัยมากๆ

ใส่ผงชูรสประมาณสองหยิบมือและน้ำมันเจียวอีกประมาณเสี้ยวถุง แล้วก็เอาไปเติมน้ำร้อน รอไปซักพักเส้นบะหมื่เริ่มคลายตัว พอลองเอาตะเกียบค่อยๆคลี่เส้น ก็พบกับปริมาณที่เยอะน่าตกใจ คือตัวเส้นมีขนาดเยอะเกินครึ่งถ้วยมาหน่อยๆ ตรงจุดนี้ผมประทับใจมาก ยืนซึ้งได้สามนาที ก็ถึงเวลามาลองกัน

งั่ม………………………….

หึ……………………

ไม่อร่อย

แต่เยอะดี โอเค

C360_2015-05-17-22-35-43-392

นอกจากจะยี่ห้อนี้แล้ว เหมือนจะเป็นรสนี้เลยด้วยซ้ำ

C360_2015-05-17-22-36-11-834

อุปกรณ์มาตรฐานทั่วไป

C360_2015-05-17-22-36-48-581

สามซองที่ขาดไม่ได้ในบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

C360_2015-05-17-22-41-18-027

หน้าตาไม่น่าไว้ใจอย่างแรง

C360_2015-05-17-22-42-42-804

ปริมาณคือความอร่อย

จนถึงวันที่ผมเขียนบทความนี้ก็ผ่านไป 6 วันแล้ว ยังไม่มีอาการอะไรแสดงออกมา คิดว่าคงจะปลอดภัยแล้ว แต่ผมจะรอดูอาการต่อไปอีกหนึ่งเดือน หากเกิดอะไรขึ้น จะกลับมาแจ้งในนี้นะครับ

ด้วยความที่คุณล่ามของผมนั้นมีข่าวอาหารปลอมให้ผมฟังทุกข้าวเที่ยง ทำให้ผมไม่ได้ซื้ออะไรอีกนอกจากบะหมี่สองกล่องนี้ ที่เหลือก็จะเป็นอาหารจากโรงอาหารกับร้านอาหาร

อาหารที่มณฑลนี้จะเน้นมันและมีรสชาติจืด ข้อดีคือจะไม่นิยมใส่ผงชูรส ส่วนข้อเสียน่ะเหรอ ไม่อร่อยน่ะซิ คือนอกจากไม่ใส่ผงชูรสแล้ว แลดูเหมือนจะไม่ได้ปรุงรสด้วยซ้ำ

C360_2015-05-15-17-24-34-361

ซุปดอกไม้กินได้ซักอย่าง ตัวน้ำแกงจืด กินแล้วสดชื๊นสดชื่น

C360_2015-05-16-10-50-41-698

ถึงอาหารพวกเนื้อจะรสชาติธรรมดาๆ แต่พวกผักก็ทำได้อร่อยดีอยู่

C360_2015-05-17-17-22-08-297

เบียร์ที่นี่ไม่แรง กินได้เพลินๆ

จริงๆแล้วอาหารที่ดูรสชาติธรรมดาอาจเพราะเป็นอาหารในโรงงาน ในวันที่ผมไปหนานหนิง ผมได้ไปกินร้านติ่มซำ 24 ชม. (เป็นร้านที่ถูกใจผมยิ่งนัก) รสชาติติ่มซำเรียกได้ว่าเด็ดเลยทีเดียว ขนมจีบใส่กุ้งมาเต็มๆ ซาลาเปาไส้เน้นๆ แต่รสชาติจะยังคงไม่จัดอยู่ดี

C360_2015-05-18-21-02-13-114

ร้านติ่มซำรถเข็น หาไม่ค่อยได้แล้วในไทย

C360_2015-05-18-21-04-31-393

เข่งละประมาณ 50 บาท ดูเหมือนแพง แต่เทียบกับคุณภาพแล้ว ถือว่าโอเคเลย

C360_2015-05-18-21-09-31-664

เบียร์สีอ่อนซะนึกว่าน้ำเก๊กฮวย

ห้องน้ำ

เชื่อว่าสิ่งที่ทุกคนต้องกังวลใจแน่นอนเมื่อมาถึงประเทศจีนก็คือ ห้องน้ำ แม้ว่าตัวผมจะผ่านห้องน้ำมาแล้วหลายรูปแบบ แต่ผมก็ยังเผื่อใจว่าจะเจอระดับที่รับไม่ได้

จริงๆแล้วผมเรียกได้ว่าโชคดีที่ไม่ได้มีโอกาสใช้ห้องน้ำสาธารณะ เลยได้พบเจอแต่ห้องน้ำที่ดูดีมีคุณภาพ สะอาดไร้ขี้ตามพื้น นับว่าโชคดีเสียเหลือเกิน (เฮ้อ~~~~~)

C360_2015-05-15-22-23-37-875

ห้องน้ำที่พักโรงงาน แม้พื้นจะดูสกปรกและมีกลิ่นเหม็นบ้าง แต่ตัวสุขภัณฑ์นั้นสะอาดไร้ที่ติ

C360_2015-05-15-22-23-45-973

เครื่องทำความร้อนอันเบ้อเริ่ม

โดยรวมความรู้สึกที่มีต่อประเทศนี้ก็ยังคงเหมือนเดิมคือ ถ้ามาอีกก็คงต้องคิดหนัก เนื่องด้วยหลายๆอย่าง โดยเฉพาะอาหารการกินที่เป็นปัจจัยหลัก การมาครั้งนี้ก็ทำให้ผมเข้าใจประเทศจีนมากขึ้นอีกหน่อย โดยเฉพาะลักษณะนิสัยผู้คน จริงๆแล้วว่าจะเขียนเกี่ยวกับผู้คนและภาษาที่นี้ แต่ตอนนี้ขี้เกียจเหลือเกิน หากมีโอกาสจะเขียนในครั้งหน้า

ก็ขอจบแต่เพียงเท่านี้ หากใครมีความประทับใจอะไรเกี่ยวกับประเทศนี้ก็มาแชร์กันได้นะครับ