Kita Kyushu Chapter 0: ตามล่าซากุระ


Warning: in_array() expects parameter 2 to be array, string given in /home/content/31/10462331/html/babedev/blog/wp-content/plugins/facebook-button-plugin/facebook-button-plugin.php on line 380

Warning: in_array() expects parameter 2 to be array, string given in /home/content/31/10462331/html/babedev/blog/wp-content/plugins/facebook-button-plugin/facebook-button-plugin.php on line 383

เริ่มต้นภารกิจใหม่กับการไปดูชมซากุระที่แดนอาทิตย์อุทัย ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ผมจะได้เห็นต้นซากุระบานของจริง ปกติก็เคยเห็นแต่ในหนังสือหรือการ์ตูน อยากจะรู้จริงๆว่าของจริงมันจะขนาดไหนเชียว

จริงๆแล้วทริปนี้คิดจะไปมาพักใหญ่ แต่เพิ่งจะมาเตรียมตัวเอาก่อนเดินทางแค่สองสามวัน แผนเลยค่อนข้างทุลักทุเล แต่หลักๆก็คือการไปดูซากุระตามจุดสำคัญต่างๆที่แนะนำในเว็บไซต์

สถานที่ที่จะไปคือแถวคิวชูตอนเหนือ ประกอบไปด้วย ฟุกุโอกะ, คุมาโมโต้, และเมืองเบ็ปปุในโออิตะ โดยใช้สายการบิน JetStar เที่ยวบิน 3K 509 เดินทางเวลาตีสองของไทย ถึงที่หมายประมาณสิบโมงเช้า

Capture

ลากเส้นเป็นสามเหลี่ยมสวยงาม

เริ่มต้นเดินทางตามปกติ จากบ้านขึ้นแท๊กซี่ไป Airport Link มักกะสัน แล้วต่อรถไฟยาวไปถึงสนามบิน

เมื่อก่อนผมเคยใช้บริการรถไฟ Airport Link เป็นประจำอยู่ช่วงนึง เลยพอจะรู้ว่ามีคนใช้บริการค่อนข้างเยอะ แต่คราวนี้เยอะผิดปกติ ไม่รู้ว่าเพราะเหตุการณ์รถไฟเสียก่อนหน้านี้รึเปล่า ทำเอาคนเบียดไม่ต่างจาก BTS ถ้าใครมีกระเป๋าใหญ่มากกว่าหนึ่งใบ คงจะเข้าไปได้ค่อนข้างยาก (ขนาดมีแค่ใบเดียวยังโดนมองค้อน ฮ่าๆๆๆ)

เนื่องด้วยผมยังไม่ได้แลกเงินเอาไว้ เลยไปแลกเงินที่สนามบินแทน หลังจากออกจากสถานีรถไฟ ตรงบริเวณด้านข้างของที่ตรวจตั๋วจะมีธนาคารและร้านแลกเงิน Superrich อยู่ ซึ่งจะมีทั้งร้านสีส้มและสีเขียว ตัวร้านสีส้มจะอยู่ตรงข้ามกับธนาคารกรุงไทยด้านหน้า จะเห็นคนต่อแถวยาว ตัวเค้าน์เตอร์จะมีแค่สองช่องทำให้ต้องรอซักพักถึงจะได้ใช้บริการ (ตอนผมไปต่อคิวเปิดช่องเดียว ยิ่งต้องรอนานกว่าเดิม -_-)

เดินออกจากที่ตรวจตั๋ว เลี้ยวขวาเดินมานิดนึงจะเห็นร้าน

ได้เงินแล้ว ก็ถึงเวลาขึ้นไปฝากกระเป๋า สิ่งที่น่าตกใจก็คือ หลังพ้นบันไดเลื่อนขึ้นมาก็เจอผู้คนมหาศาล ซึ่งเยอะกว่าปีที่แล้วมาก หรือเป็นเพราะผมไม่ค่อยได้มาบินที่สนามบินนี้เลยไม่ชินรึยังไง แต่นี้มันเยอะมหาศาล เดินลำบากสุดๆ

เดินอึ้งไปเรื่อยๆ ก็เจอของใหม่แปลกตา เป็นป้ายเหลืองๆเต็มไปหมด นอกจากนั้นยังมีเค้าน์เตอร์เรียงรายอยู่ตามข้างทาง มีป้ายเขียนว่า X-PRESS

เจ้าสิ่งนี้ก็คือระบบ check in และ bag drop แบบเร่งด่วน เพื่อช่วยเหลือผู้โดยสารให้เสียเวลากับหน้าเค้าน์เตอร์ให้น้อยลง โดยวิธีการใช้งานจะมีเค้าเตอร์อยู่ด้านข้างเป็นจุดๆ เป็นตู้อิเล็กทรอนิค มีเจ้าหน้าที่พร้อมให้บริการ

เท่าทีผมอยู่มองและงงอยู่พักนึง เข้าใจว่าระบบนี้จะเป็นจะทำเสมือนเป็นจุดรับฝาก check in และรับกระเป๋าให้ก่อน เมื่อถึงเวลาเจ้าหน้าที่จะไปจัดการเรื่องที่เค้าน์เตอร์ให้ ระหว่างนั้นผู้โดยสารก็ไปลัลล้าไม่ต้องเสียเวลามานั่งรอให้เมื่อย

แต่น่าเสียดายที่ระบบนี้สามารถใช้กับสายการบินได้บางสายการบินเท่านั้น low cost อย่าง JetStar หมดสิทธิ์ไปเลย น่าเสียดายจริงๆ

นอกจากจะ check in และโหลดกระเป๋าแบบด่วนแล้ว ยังได้สิทธิลด 5% ของ King Power อีกต่างหาก

จุด check in จะทำกับเครื่องนี้ หลังจากที่ทำเสร็จแล้ว ก็นำกระเป๋าไปที่หน้าเค้าน์เตอร์ของ X-PRESS เพื่อโหลดกระเป๋าได้เลย

แต่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถใช้บริการนี้ ว้า แย่จัง

ผิดหวังเล็กน้อยที่ไม่ได้รับบริการดีๆเช่นนี้ ก็เดินหงอยลากกระเป๋าไปเตรียม check in แต่เจ้ากรรม ดันมาเร็วไปหน่อย ตัวเค้าน์เตอร์จะเปิดให้ check in ได้ตอนห้าทุ่ม แต่ดันมาถึงตั้งแต่สามทุ่ม เล่นเอาไม่มีอะไรทำไปสองชม. เลยต้องไปเดินเล่นหาข้าวกิน นั่งชมฝูงชนเดินขวักไขว่ ภิรมย์ยิ่งนัก

JetStar จะอยู่ที่ row E สังเกตุอภิมหามวลชนมหาศาลมาก

คนเยอะจนไม่มีเก้าอี้ให้นั่งเลยทีเดียว

เดินวิ่งกลิ้งพักใหญ่ ก็ถึงเวลา check in ซักที

ดำเนินขั้นตอนตามปกติ ผ่านตม.เรียบร้อย แต่ยังเหลือเวลาอีกประมาณสองชม.ถึงจะขึ้นเครื่องได้ เลยว่าจะไปลองใช้สิทธิเพื่อไปนั่งเล่นที่ห้องรับรอง Royal Orchid

โดยตัวห้องรับรองของกลุ่มการบินไทยจะมีสองจุดคือแบบธรรมดาจะอยู่ที่ gate E ส่วนแบบระดับสูงจะอยู่ที่ gate C และ D

สิทธิที่ผมจะใช้คือสิทธิของบัตรเครดิต Premier กสิกร ที่สามารถใช้ห้องรับรอง Royal Orchid ได้ ไม่รอช้า เดินถ่อไปไกลจนถึง gate E

ป้ายบอกทางไปห้องรับรองของค่ายต่างๆ

เดินมาด้าน gate E ลงมาที่ชั้น 3

จะมีป้ายบอกทางเป็นระยะๆ

ถึงแล้ว แต่ว่าตัว Royal Orchid จะปิดช่วงดึก เลยต้องไปห้องตรงข้ามก็คือ Royal Silk แทน

เดินอ้อมมาอีกด้านจะมีห้อง Royal Silk

เดินมาไกล ในที่สุดก็ถึง เลยเข้าไปเพื่อขอใช้บริการ แต่ทว่าก็ต้องเจอข่าวร้าย….. ห้องนี้สามารถใช้ได้เฉพาะผู้โดยสารที่ถือตั๋วของสายการบินไทยหรือสายการบินที่ร่วมโปรโมชั่น….. ถูกๆอย่าง JetStar น่ะ อย่าหวัง

สิ้นหวังและผิดหวังอย่างสุดๆ น้อยใจที่เป็นสายการบินราคาถูก เลยอดไปนอนเล่นในนั้นซะงั้น สุดท้ายก็ทำใจเดินข้ามไปอีกฟากเพื่อไปรอเครื่องที่ gate C

แม้ว่า E กับ C ตัวอักษรจะต่างกันแค่สองตัว แต่ระยะทางนั้นไกลมาก เรียกได้ว่าคนละฟากกันเลย กว่าจะไปถึงก็เหนื่อยไม่ใช่น้อย เล่นเอาเหงื่อออกพอใช้ได้

พอไปถึง gate C1 ก็เข้าไปนั่งรอเตรียมขึ้นเครื่อง จนถึงเวลาตีสองตามเวลานัดหมาย ทุกคนก็เดินเข้าไปเพื่อขึ้นเครื่องกัน แต่พอไปถึงหน้าประตูก็เจอคนยืนออกันอยู่ ไม่สามารถเข้าไปได้ รออยู่ซักพักจนเจ้าหน้าที่แจ้งว่ามีเหตุขัดข้อง ต้องขอดีเลย์ไปก่อน

…….

ดีเลย์

……

ตอนตีสองเนี่ยนะ

……..

ตอนนั้นทั้งเซ็ง เหนื่อย และหงุดหงิด เพราะเวลาตีสองมันดึกมากแล้ว ยังต้องมารออีกร่วมชม. จะหลับก็ไม่ได้ เพราะไม่รู้จะขึ้นได้เมื่อไหร่ จนสุดท้ายตีสามถึงจะได้ขึ้น เป็นการขึ้นเครื่องบินที่เหนื่อยที่สุด แต่ก็ถือว่าเป็นข้อดี เพราะยิ่งง่วงก็ยิ่งหลับง่าย เพราะถึงคราวนี้จะเหนื่อยมาก แต่เป็นครั้งแรกที่ผมหลับบนเครื่องได้สำเร็จ (ถึงจะแค่สองชม.ก็เถอะ)

เป็นการเริ่มต้นเดินทางที่ระทึกกว่าทุกๆครั้งมา ในตอนต่อไปจะเป็นการตามหาซากุระที่เมืองคุมาโมโต้

วันนี้ฝันดีราตรีสวัสดิ์ครับ

  • 2
  •  
  •  

Warning: Missing argument 1 for cwppos_show_review(), called in /home/content/31/10462331/html/babedev/blog/wp-content/themes/flat/content-single.php on line 29 and defined in /home/content/31/10462331/html/babedev/blog/wp-content/plugins/wp-product-review/includes/legacy.php on line 18

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *