Kita Kyushu Chapter 3: ทัวร์นรกที่เบปปุ


Warning: in_array() expects parameter 2 to be array, string given in /home/content/31/10462331/html/babedev/blog/wp-content/plugins/facebook-button-plugin/facebook-button-plugin.php on line 380

Warning: in_array() expects parameter 2 to be array, string given in /home/content/31/10462331/html/babedev/blog/wp-content/plugins/facebook-button-plugin/facebook-button-plugin.php on line 383

มาถึงวันตามล่าซากุระวันที่สาม วันนี้ภารกิจหลักคือทั่วร์บ่อนรกออนเซ็น (Jigoku Meguri) ทั้ง 8 บ่อ น่าเสียดายที่เมืองเบปปุนี้แทบไม่มีต้นซากุระให้เห็นซักเท่าไหร่ เลยไม่ได้เน้นเดินหาซากุระแบบเมื่อวาน

เริ่มต้นวันด้วยการกินอาหารเช้าบุฟเฟต์ที่โรงแรม อาหารเช้าเป็นแบบง่ายๆ ไม่รู้จะระบุสัญชาติอะไรดี แต่หลักๆก็คงจะเป็นญี่ปุ่น รสชาติพอโอเคในราคา 500 เยน ก็ถือว่าถูกกว่าไปเดินซื้อที่ร้านคอมบินิ

ห้องอาหารตกแต่งแบบ minimal

ใช้ตั๋วด้วยระบบซื่อสัตย์ ไม่มีพนักงานเช็ค

อาหารหลากหลาย แต่ดูน่ากินอยู่ไม่กี่อย่าง

สุดท้ายก็ตักมาไม่กี่อย่าง รสชาติพอโอเค

การเดินทางไปทัวร์บ่อนรกสามารถใช้ตั๋วรถบัส Free Beppu Mini Pass (เขียนว่าฟรี แต่ไม่ฟรีนะจ๊ะ) ราคาค่าตัวที่ 900 เยน เดินทางได้ทั่วเบปปุ

หลังจากที่ได้ตั๋วมาแล้ว จะได้ใบไกด์ทัวร์ สามารถเลือกเส้นทางทัวร์อื่นๆได้ตามใจชอบ ซึ่งแน่นอนทัวร์ที่ผมเลือกก็คือเส้นทางไปบ่อนรกนั้นเอง โดยตั๋วนี้จะสามารถใช้ได้กับรถบัสของเครือ Kamenoi สังเกตุได้จากหลายรถจะเป็นมาสค๊อตรถบัสสีเขียวหรือสีแดง ชื่อ Kuru กับ Suba นอกจากรถสองคันนี้แล้ว สามารถขึ้นรถในเครือที่ติดสติ๊กเกอร์มาสค๊อตนี้ไว้ เพราะฉะนั้นต้องส่องสติ๊กเกอร์แปะรถให้ดี

ในคู่มือทัวร์จะอธิบายเส้นทางเที่ยวไว้อย่างละเอียด

ป้ายเส้นทางต่างๆที่รถบัสจะผ่าน

ที่นี้จะใช้รถบัสเป็นพาหนะหลัก จะไม่มีรถรางแบบเมืองคุมาโมโต้

ที่ป้ายรถเมล์จะมีระบุสายรถเมล์ที่สามารถใช้ pass ได้ สังเกตุได้จากมาสค๊อตที่แปะอยู่

จากในเมืองนั่งรถสาย 26 ไปที่บ่อแรกชื่อ chi no ike jigoku หรือบ่อเลือด รถบัสจะขับเลียบหากไปเรื่อยๆ ทำให้มองเห็นชายฝั่งทะเลที่สวยงาม ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีถึงที่หมาย ที่ป้ายนี้จะอยู่ระหว่างสองบ่อคือ chi no ike jigoku กับ tatsumaki jigoku ผมเลือกไปบ่อเลือดก่อนเพราะอยู่ใกล้กว่า

ถึงที่หมายก็จะเห็นยักษ์เฝ้านรกยืนต้อนรับ เหตุผลที่บ่อน้ำร้อนเหล่านี้ถูกตั้งชื่อว่าบ่อนรก เพราะทุกบ่อนั้นจะมีความร้อนสูง ซึ่งสูงเกินกว่าจะลงไปแช่ได้ มีตั้งแต่ 60 องศาไปจนถึง 100 กว่าองศา ถ้าลงไปแช่คงไม่ต่างจากโดนต้มในกะทะทองแดงแน่ๆ

การจะเข้าชมบ่อทั้ง 8 ได้ จะต้องซื้อตั๋วเข้าชมก่อน โดยจะเลือกซื้อเป็นจุดๆไป หรือเหมาจ่ายทีเดียวก็ได้ สำหรับค่าเข้าชมแบบ 8 บ่อจะอยู่ที่ 2,100 เยน แต่ถ้ามี pass จะได้ลดเหลือ 1,890 เยน

หลังจากที่ผมได้ตั๋วมาแล้วก็ทำให้ผมตระหนักได้ว่า… จริงๆแล้วผมมาผิดที่ จริงๆแล้วบ่อเลือดนั้นเป็นบ่อสุดท้ายแต่ผมดันเลือกมาเป็นที่แรก กลายเป็นทัวร์ย้อนกลับซะงั้น

มาเริ่มที่บ่อแรก (ของผม) chi no jigoku หรือ บ่อเลือด ที่มาของชื่อนี้มาจากบ่อที่มีสีแดงเหมือนเลือดซึ่งเป็นสีของโคลน มีความร้อนสูงถึง 60 องศา สังเกตุจากไอน้ำที่สูงมาก คิดว่าคงไม่มีใครสามารถลงไปแช่น้ำได้แน่ๆ

ถึงแม้ว่าน้ำจะเดือดจนแช่ไม่ไหว  แต่ก็มีจุดเช่าเท้าอยู่ใกล้ๆ เป็นบ่อที่ทำอุณหภูมิไว้สำหรับให้นักท่องเที่ยวมาลองแช่ได้ แนะนำให้เตรียมผ้าขนหนูมาด้วยก็ดี เพราะตอนที่แช่เสร็จเจอลมแล้วมันสะท้านมาก

jigoku

บ่อจะแบ่งเป็นสองจุดคือสองบ่อบนกับหกบ่อล่าง ตามทัวร์จริงๆจะเริ่มจากล่างแล้วขึ้นบน แต่ผมดันนั่งรถจากอีกฝั่ง ไปเริ่มจากบนลงล่างแทน

ระหว่างรอรถบัสเมืองเงียบสงบดี

มาถึงก็เจอยักษ์ต้อนรับ

ทางเข้าดูขลัง

ตั๋วชมบ่อนรก ข้างในจะเป็นตั๋วฉีกสำหรับ 8 บ่อ

เลือด!!!!!! ดูๆไปเหมือนดินแดงมากกว่า

มีทางขึ้นไปดูบ่อจากด้านบน

ดูไม่น่าแช่จริงๆนั้นแหละ

แช่เท้าตอนลมแรงๆนี้ทำเอาไม่กล้าเอาเท้าขึ้นมา

น้ำตกเล็กๆ ข้างๆ ไม่แน่ใจว่ามาจากแหล่งน้ำเดียวกันรึเปล่า

ยักษ์แดง ณ จุดขายของฝาก มาแล้วต้องเสียตังค์ ไม่งั้นจะโดนลากลงนรก

 

ต่อจากบ่อเลือดไปต่อที่ tatsumaki jigoku ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรดี เรียกว่าบ่อน้ำพุแล้วกัน เพราะบ่อนี้มีความพิเศษตรงที่บ่อจะมีน้ำพุ่งสูงขึ้นมาด้วยความร้อนจากใต้ดินเป็นระยะๆ เข้าใจบ่อนี้ตั้งอยู่ตรงจุดที่แม๊กม่าเคลื่อนตัวอยู่ เลยมีความร้อนสูงถึง 160 องศา ทำให้น้ำระเบิดพุ่งออกมา ระยะทำการแสดงจะเปิดรอบทุก 40-60 นาที เป็นเวลา 15 นาที สามารถนั่งรอชมการแสดงได้ที่เก้าอี้รอบๆที่จัดเตรียมไว้แล้ว

กลับไปทางป้ายรถบัส เดินเลยไปอีกหน่อยจะเห็นทางเข้า ดูเผินๆนึกว่าโรงแรมไม่ก็ร้านอาหาร

เป็นบ่อที่เล็กที่สุดในบรรดา 8 บ่อ

รอชมการแสดงได้ข้างๆ

ก่อนน้ำจะพุ่งขึ้นมา จะมีกลิ่นเหมือนกัมมะถันกระจายไปทั่ว ประมาณอีกเกือบสิบนาทีก็จะพุ่งกระทบหลังคาถ้ำหิน

 

ครบสองบ่อแรก ไปต่อกันกับหกบ่อที่เหลือ หกบ่อนี้จะตั้งอยู่ตรงเขตคันนะวะ เป็นบริเวณที่มีแหล่งน้ำพุเต็มไปหมด เรียกได้ว่าแทบทุกจุดเป็นออนเซ็นได้เลย เพราะมีไอน้ำลอยขึ้นมาทุกจุดไม่เว้นกระทั่งท่อน้ำทิ้ง…. ไอน้ำจากท่อน้ำทิ้ง -_-

ลงจากรถบัสเดินอีกประมาณห้านาทีถึงบ่อที่สาม คือบ่อ shira ike jigoku หรือบ่อขาว ความพิเศษของบ่อนี้คือน้ำสีฟ้าซึ่งเกิดจากแรงดันทำให้น้ำมีการเปลี่ยนสีไป ไม่ใช่การเปลี่ยนสีเพราะพื้นบ่ออย่างบ่อเลือด นอกจากความพิเศษของบ่อแล้ว ที่บ่อนี้จะมีการตกแต่งแนวเซน มีการจัดสวนเหมาะสำหรับนั่งชมธรรมชาติ

ที่เขตนี้จะเห็นไอน้ำพุ่งมากมายทั้งเมือง แอบดูน่ากลัว เพราะแยกไม่ออกว่ามันไฟไหม้หรือไอน้ำกันแน่

ถนนรถวิ่งที่นี้ทำได้แปลกดี ไม่ได้ราดด้วยยาง แต่ใช้เป็นหินเหมือนถนนคนเดินเลย

หน้าทางเข้าเหมือนศาลเจ้า

น้ำสีขาวออกฟ้าๆ มีไอน้ำเล็กน้อย

แต่รอซักพัก ไอน้ำจะเยอะจนคลุมทั้งบ่อ

สไตล์การตกแต่งของบ่อนี้เหมือนอยู่ตามศาลเจ้า

ทางเดินสามารถเดินรอบบ่อได้ เดินจงกลมคงจะดีไม่น้อย

 

ไปต่อที่บ่อที่สี่ เดินจากบ่อขาวไปไม่ไกลประมาณห้านาที จะถึงบ่อที่สี่และห้าคือ oniyama jigoku กับ kamado jigoku

บ่อ oniyama jigoku หรือบ่อจระเข้ ความพิเศษคือ มีจระเข้…. แช่ออนเซ็น

เนื่องด้วยบ่อน้ำพุร้อนมีความร้อนของน้ำกำลังดี ทำให้จระเข้แพร่พันธุ์ได้ง่าย ที่นี้เลยมีจระเข้นอนแช่น้ำให้ดูมากมาย

ระหว่างทางเดินไปบ่อจระเข้ มีร้านอาหารข้างทางขายอาหารที่นึ่งหรือต้มจากบ่อออนเซ็นมากมาย

ไอก็พุ่งแรงซะไม่เห็นหน้าคนขาย

ถึงแล้ว บ่อจระเข้สามพราน

หลุดทางเข้าปุ๊ป ก็เจอบ่อนี้ทันที ไอน้ำเยอะมากกกกกกกกก ไม่มีวี่แววจะลดด้วย

ตอนแรกเข้าใจว่าจระเข้จะแช่บ่อนี้กัน แต่จริงๆแล้วบ่อนี้เป็นเพียงบ่อน้ำหลักที่จะไหลไปตามบ่อเล็กๆให้จระเข้แช่

ที่นี้มีจระเข้หลากหลายพันธุ์

สบายเลย

ผิวสวยด้วยออนเซ็น

ไงเรา

ลูกจระเข้นี้ซนมาก ขยับตลอด แตกต่างจากตอนโตที่นิ่งไม่ยอมขยับเลย

 

สยองพอเป็นพิธี ไปต่อที่บ่อที่ห้า kamado jigoku หรือบ่อหม้อข้าว ที่มาของชื่อนี้มาจากการที่ชาวบ้านสมัยก่อนนิยมใช้บ่อนี้ทำอาหารกัน ด้วยความร้อนสูงถึง 100 องศา น้ำเดือดกำลังดี เหมาะสำหรับใช้ทำอาหาร

นอกจากบ่อน้ำร้อนแล้ว ที่นี้ยังมีจุดขายอาหารที่ใหญ่กว่าทุกๆบ่อ ทุกอย่างมีกรรมวิธีด้วยออนเซ็นทั้งหมด ไม่ว่าจะไข่ต้ม ซาลาเปานึ่ง หรือแม้แต่คัสตาร์ดก็นึ่งด้วยน้ำออนเซ็น

ติดกับบ่อจระเข้คือบ่อ kamado jigoku

เข้ามาจะเห็นบ่อที่ถูกขุดหลุม สงสัยเอาไว้วางหม้อข้าว

เจ้าจงกินอาหารที่นี้ซะ ไม่งั้นจะลากลงนรก

น้ำสีฟ้าอีกแล้ว น่าจะมีที่มาเดียวกับบ่อขาว

บ่อขุดไว้ทำกับข้าว

บ่อที่ใหญ่สุดในนี้ อุณหภูมิสูงถึง 100 องศา

ความพิเศษของบ่อต่างๆในนี้ คือเมื่อเป่าสิ่งที่ติดไฟหรือมีควันเช่น บุหรี่ จะทำให้ไอน้ำพุ่งเพิ่มขึ้นได้

สภาพหลังจากที่เจ้าหน้าที่เป่าบางอย่างคล้ายยากันยุง

ที่จุดขายอาหาร มีที่แช่เท้า กินไปด้วยแช่ไปด้วยได้

ไข่ออนเซ็นแท้ๆ รสชาติมีกลิ่นกัมมะถัน อร่อยแแปลกๆ

 

ไปต่อกันที่สามบ่อสุดท้าย เดินจากบ่อหม้อข้าวประมาณห้านาทีก็จะถึงบ่อ yama jigoku หรือบ่อภูเขา บ่อนี้จะมีสวนสัตว์อยู่ข้างใน ก็จะมีสัตว์ภูเขามากมายซึ่งแน่นอนสัตว์เหล่านี้จะได้แช่ออนเซ็นเช่นเดียวกับบ่อจระเข้

การได้เห็นสัตว์ต่างนอนและยืนแช่ออนเซ็นกัน เป็นภาพที่แปลกดี แต่ด้วยความหนาวระดับถ้าไม่มีออนเซ็นมันคงหนาวตายแน่ๆ

บ่อภูเขา ดูแล้วเหมือนทางเข้าสวนสัตว์มากกว่า

เริ่มมาก็เจอพันธุ์ไม้เขตร้อนทันที

ฟลามิงโก้ยืนแช่เท้าสบายใจ

กระต่ายภูเขา ขนไม่ปุกปุยเหมือนกระต่ายทั่วไป แต่ก็ยังคงความน่ารักเช่นกัน

ลาน้อย หน้าตาเบื่อโลก

พี่ใหญ่ประจำสวนสัตว์ หน้าฟินสุดๆ

บ่อที่นี้ไม่มีความพิเศษอะไร เป็นบ่อน้ำเล็กๆธรรมดา

 

ออกจากบ่อภูเขา ไปต่อที่บ่อ oniishibozu jigoku หรือบ่อโคลน บ่อนี้เป็นบ่อที่ดูประหลาดที่สุดในบรรดา 8 บ่อ นั้นคือเป็นบ่อที่มีลักษณะเหนียวหนืดเหมือนโคลน ดูแล้วไม่น่าจะเอาตัวลงไปแช่ได้

บ่อโคลนสีเทาขาวเกิดจากความร้อนที่หลอมหินเป็นเวลานานจนหินละลายกลายเป็นของเหลว เป็นสิ่งน่าอัศจรรย์ไม่น้อย

หน้าทางเข้าบ่อโคลน

น้ำสีเทาๆ คล้ายปูนซีเมนต์

ไอไม่ค่อยเยอะ เพราะแทบไม่มีส่วนผสมของน้ำเลย

ดูเผินๆ เหมือนสวนหินธรรมดา แต่ถ้าเผลอเดินตกลงไป คงไม่รอดง่ายๆ

อีกร้อยปี หินเหล่านี้คงจะกลายเป็นบ่อใหม่อีกบ่อ

 

มาต่อที่บ่อสุดท้าย umi jigoku หรือบ่อทะเล ที่บ่อนี้ดูเป็นบ่อที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่สุด ตัวสถานที่ตกแต่งเป็นสวนสาธารณะ มีพื้นที่กว้างขวาง พื้นหญ้าสีเขียว ดอกไม้สีต่างๆและบ่อสีฟ้าทะเลทำให้บ่อนี้ดูสวยที่สุดในบรรดา 8 บ่อ และที่สำคัญที่สุด ที่นี้มีต้นซากุระที่กำลังออกดอกอยู่ด้วย ทำให้ภารกิจตามล่าซากุระยังคงดำเนินได้ต่อไป

ทางเข้ากว้างขวาง

ตกแต่งแบบ tropical อาณาบริเวณกว้างใหญ่

ต้นซากุระ!!! นึกว่าจะไม่ได้เจอกันแล้ว

บ่อทะเลเหมือนสระว่ายน้ำ ไอน้ำลอยขึ้นเยอะมากจนเหมือนเมฆ ซึ่งถ้าเดินไปชั้นบนจะเหมือนมีฝนตกลงมาด้วย น่าทึ่งมาก

มีสวนมากมายในนี้

บรรยากาศร่มรื่น

 

ครบภารกิจทัวร์นรก 8 บ่อและตามหาซากุระเสร็จแล้ว ถึงเวลาไปกินข้าวกัน ในเขตคันนะวะ ใกล้ๆกับบ่อขาวตรงจุดที่ลงรถบัสมา เดินเข้ามาในซอย ideyu-zaka ตรงหัวมุมสามแยกจะมีร้านอาหารที่เราสามารถเข้าไปทำอาหารเองได้ชื่อ Steam Cooking Center

ที่ร้านนี้สามารถทำอาหารด้วยวิธีการนึ่งด้วยตัวเอง โดยเริ่มจากการของคิวขอใช้เตาก่อน สามารถเลือกได้แบบครึ่งชม.หรือหนึ่งชม. ราคาจะต่างกันไป เนื่องด้วยนักท่องเที่ยวที่มากและเตามีไม่มากนัก เลยต้องรอคิวค่อนข้างนานประมาณหนึ่งชม.เป็นอย่างน้อย

หลังจากที่จองคิวเสร็จแล้ว ก็ไปกดซื้อวัตถุดิบจากเครื่องอัตโนมัติ พอถึงเวลาใช้เตาค่อยยื่นเพื่อรับวัตถุดิบ

เมื่อได้วัตถุดิบแล้ว ก็เดินเข้าไปในโซนทำอาหาร จะมีเจ้าหน้าที่ประจำเตาคอยให้คำแนะนำ จริงๆแล้ววิธีก็ง่ายๆคือ เอาวัตถุดิบวางบนตะแกรง เปิดเตา วางลงไป ปิดเตา แล้วตั้งเวลา แต่มีจุดระวังคือการเปิดฝาเตาจะมีไอน้ำพุ่งเยอะมาก

steam

เดินกลับจากบ่อทางเส้น Miyuki-zaka เดินข้ามเข้ามาที่ Ideyu-zaka จะอยู่ที่หัวมุมแรก

หน้าร้านจะมีท่อไอน้ำ สังเกตุได้ง่าย

นักท่องเที่ยวเยอะมาก เผื่อเวลารอไว้เลยอย่างน้อยหนึ่งชม.

บริเวณหม้อนึ่ง มีอยู่ประมาณเกือบยี่สิบเตาเท่านั้น

มาจองคิวที่เค้าน์เตอร์ก่อน

วัตถุดิบมีมากมาย ผมเลือกเนื้อหมูชาบูชาบูเบอร์ 15 และหม้อนึ่งครึ่งชม.

เสียค่าหม้อ 510 เยนและค่าเนื้อ 1,300 เยน

สภาพวัตถุดิบดูดีไม่ใช่น้อย ที่เห็นใต้เนื้อคือถั่วงอก ให้มาเยอะมาก

เจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำ

ปิดฝารอ 7 นาที น่าจะมีแบบใช้หม้อแค่ 15 นาทีนะ

สภาพหลังนึ่งเสร็จ เห็นเนื้อน้อยแบบนี้ แต่ด้วยความที่ผักเยอะมาก เลยกลายเป็นอิ่มผักแทน ส่วนรสชาติก็อร่อยดี

กินอิ่มเสร็จ ถึงเวลากลับเข้าที่พัก เมืองเบปปุถึงจะดูเป็นเมืองเล็กๆ แต่จริงๆยังมีที่เที่ยวอีกเยอะมาก เช่น บ่อออนเซ็นสำหรับแช่, ออนเซ็นทราย และเส้นทางทัวร์อื่นๆอีกมากมาย รู้สึกเสียดายมากที่มาเที่ยวแค่วันเดียว

พรุ่งนี้จะเดินทางกลับไปที่ฟุกุโอกะเพื่อตามหาซากุระอย่างจริงจังตามสวนสาธารณะต่างๆรอบเมือง คราวนี้จะได้เห็นซากุระบานเต็มต้นจริงๆซักที

วันนี้ก็ฝันดีราตรีสวัสดิ์ครับ

  • 22
  •  
  •  

Warning: Missing argument 1 for cwppos_show_review(), called in /home/content/31/10462331/html/babedev/blog/wp-content/themes/flat/content-single.php on line 29 and defined in /home/content/31/10462331/html/babedev/blog/wp-content/plugins/wp-product-review/includes/legacy.php on line 18

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *