Kita Kyushu Chapter 4: ซากุระบานสะพรั่ง


Warning: in_array() expects parameter 2 to be array, string given in /home/content/31/10462331/html/babedev/blog/wp-content/plugins/facebook-button-plugin/facebook-button-plugin.php on line 380

Warning: in_array() expects parameter 2 to be array, string given in /home/content/31/10462331/html/babedev/blog/wp-content/plugins/facebook-button-plugin/facebook-button-plugin.php on line 383

เข้าสู่วันสุดท้ายของการตามล่าซากุระ เป้าหมายในวันนี้คือจังหวัดฟุกุโอกะ

เริ่มเดินทางจากเบปปุตอนเวลาประมาณ 8 โมง ด้วยรถไฟด่วน Sonic ราคาตั๋วจองล่วงหน้าอยู่ที่ 2,570 เยน ใช้เวลาประมาณสองชั่วโมง

รถไฟ Sonic เป็นรถด่วนหรูสุดพิเศษ ภายนอกและภายในตกแต่งดูดี ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งเครื่องบิน มีพื้นที่กว้างขวางและทางเชื่อมที่ใช้ชมวิวได้

หน้าสถานีเบปปุ มีตาลุงโดนเด็กไล่ฟาด ท่านผู้นี้คือคนที่เริ่มบุกเบิกเมืองออนเซ็นที่เบปปุจนผู้คนต่างยกย่อง

ภาพสุดท้ายก่อนออกจากเมืองแสนสงบ

หน้าตาดูดีแตกต่างจากรถด่วนทั่วไปนัก

แม้รถจะเก่าแล้ว แต่ภายนอกก็ยังดูดีอยู่

ที่นั่งดูเบาะหนังคลาสสิค

ทางเดินระหว่างตู้ดูหรูหรา

ภายนอกและภายในห้องน้ำอย่างกับห้องน้ำบนเครื่องบิน

วิวตลอดการเดินทาง ทุ่งนาและท้องฟ้า

มีเมืองให้เห็นบ้างประปราย

และแล้วก็ถึงที่หมายอย่างปลอดภัย ณ สถานีฮากาตะ สถานีใหญ่ใจกลางเมือง ที่นี่มีคนพลุกพล่านเยอะกว่าสองจังหวัดที่ผ่านมา ดูมีสีสันและชีวิตชีวามากกว่า

มีผู้คนและนักท่องเที่ยวเดินกันเต็มไปหมด

ก่อนที่จะออกไปตามหาซากุระ ก็เอากระเป๋าไปฝากซะก่อน โรงแรมที่พักคราวนี้ชื่อ Reisenkaku อยู่ไม่ไกลจากสถานีเดินเพียงสิบนาทีเท่านั้น

โรงแรมนี้ค่อนข้างมีอายุพอสมควรดูจากการตกแต่งและสภาพเฟอร์นิเจอร์ แต่ถึงกระนั้นก็มีรางวัลการันตีอยู่ (ล่าสุดปี 2014) เพราะฉะนั้นก็วางใจได้ในระดับนึง ราคาต่อคืนประมาณ 1,200 บาทต่อท่าน

reisenkaku

ที่พักไม่ไกลสถานี

บริเวณนั้นจะมีโรงแรมหลายหลัง หาอันที่ดูเก่าที่สุด

ภายในค่อนข้างเก่า

ป้ายการันตีความพึงพอใจ

ถึงจะเก่าแต่ก็สะอาด

พื้นที่กว้างขวางพอตัว

กลับมาที่ภารกิจตามล่าซากุระวันสุดท้าย สถานที่จะไปคือสวนสาธารณะ Uminonakamichi และ Maizuru ทั้งสองที่นี่ได้รับการรีวิวให้ไปชมซากุระเป็นอันดับต้นๆ

ผมเริ่มจากการไปสวน Uminonakamichi ก่อน เพราะอยู่ไกลจากตัวเมือง โดยเดินทางไปด้วยรถไฟใต้ดินไปลงที่สถานี Uminonakamichi ใช้เวลาจากสถานีฮากาตะประมาณ 40 นาที นับว่านานใช้ได้

sakura

ด้านบนคือสวน Uminonakamichi ด้านล่างคือสวน Maizuru

ในรถไฟมีครอบครัวนักท่องเที่ยวนั่งกันมาก สงสัยจะไปดูซากุระกัน

ช่วงที่จะถึงสถานีจะเห็นสันทรายอยู่ข้างทางเป็นแนวยาว น่าจะเอาไว้กั้นคลื่นมั้ง

และแล้วก็ถึงสถานี ทางเข้าสวนจะอยู่ติดกับสถานีเลย

ราคาค่าเข้าชมสวนจะอยู่ที่ 410 เยน ราคาไม่แพงเลยถูกกว่าค่าข้าวอีก

พอผ่านเข้าไปแล้วก็จะเจอป้ายเส้นทาง โดยเราสามารถชมสวนได้สองวิธี คือ จะเดินหรือจะปั่น เนื่องด้วยสวน Uminonakamichi เป็นสวนที่มีขนาดใหญ่มาก เลยมีผู้คนเลือกที่จะปั่นกันมากมาย และแน่นอนผมคงไม่พลาดเช่นกัน แต่ทว่า… คนปั่นกันเยอะเกินจนจักรยานเช่าหมด -_- สุดท้ายก็ต้องเดินเอา

เนื่องด้วยสวนนี้มีขนาดใหญ่ ทำให้มีต้นไม้มากมายซึ่งรีวิวเคลมไว้ว่าที่นี่มีต้นซากุระถึง 2,000 ต้น เห็นเขียนมาแบบนั้นผมเลยหวังว่าจะได้เห็นต้นซากุระบานตลอดทาง แต่… แต่อีกแล้ว แต่ว่าผมมาเร็วไปหน่อย มันเพิ่งจะเริ่มบานเลยเห็นเป็นหย่อมๆเท่านั้น แต่ถึงกระนั้นก็ยังงดงามอยู่ดี ถ้ามาช้ากว่านี้ซักสองสามวันคงสวยมากๆแน่

นอกจากขนาดสวนที่ใหญ่และต้นซากุระมากมาย ที่สวนนี้ยังแบ่งโซนออกเป็นหลายโซน มีทั้งสวนเด็กเล่นขนาดใหญ่ บอกได้เลยว่าใหญ่จริง มีอะไรให้เล่นเยอะมาก โซนสวนดอกไม้ โซนสวนสัตว์ ซึ่งสวนสัตว์ที่นี้สามารถยื่นจับสัตว์ได้ตามใจชอบ เพราะกรงกั้นเตี้ยมาก ก็น่าสงสัยว่าสัตว์พวกนี้ไม่เคยคิดหนีกันเหรอ

ด้วยราคาที่ถูกเหลือเชื่อเทียบกับสิ่งที่ได้รับในสวนนี้ ถึงแม้ดอกซากุระจะยังบานไม่สะใจ แต่ก็ได้รับความพึงพอใจมากทีเดียว

ตั๋วถูกราคาย่อมเยา

จักรยานเช่าต่อวัน 700 เยน หรือจะเลือก 3 ชม.ราคา 400 เยนก็ได้

โซนเช่าจักรยานจะมีหลายจุดในสวน แต่ก็หมดซะทุกที่ แนะนำให้เอามาเองเลยดีกว่า

เลนจักรยานชัดเจน อย่าเผลอเดินเข้าไปนะจ๊ะ

ดอกไม่บานเลยเป็นกิ่งไม้แห้งๆแทน

บรรยากาศสุดโรแมนติก… ถ้ามันบานมากกว่านี้นะ

ก่อนที่จะถึงโซนสนามเด็กเล่น จะเจอโซนอาหารดักก่อน ดูไม่หรูหรามากมาย ราคาอาหารแอบแพงอยู่

ดูผ่านๆแล้วนึกว่าดรีมเวิร์ลบ้านเรา

ค่าเข้าถูก แต่อาหารแพ๊งแพง

รสชาติพอประทังชีวิต

โซนสนามเด็กเล่น มีเครื่องเล่นให้เล่นเยอะดี

ด้วยราคาค่าเข้าสำหรับเด็กเล็กอยู่ที่ 80 เยนเท่านั้น เลยเป็นสถานที่ที่พ่อแม่มักจะพามาเดินเล่นกัน

ครอบครัวสุขสันต์

คู่นี้เห็นพยายามถ่ายหลายทีมาก นับถือในความพยายาม

บรรยากาศร่มรื่น มีลมเย็น แต่แดดก็แรงจนแสบตาเช่นกัน

โซนสวนดอกไม้นานาพันธุ์

ดอกไม้ได้รับการดูแลอย่างดี สีสันบาดตา

นั่งเล่นได้ทั้งวัน

ไม่รู้ต้นอะไร แต่กิ่งสวยดี

สวนสัตว์จะอยู่กินอาณาบริเวณสวนที่นี้ค่อนข้างเยอะ เดินหลุดจากสวนดอกไม้ไม่นานก็จะเจอ

มีแอบมองด้วย

สบายไปมั้ย

จิงโจ้พันธุ์อะไรซักอย่าง เพิ่งเคยเห็นครั้งแรก

จากการสังเกตุสัตว์หลายๆพันธุ์ในนี้ มักจะนอนกลิ้งกันหมด สงสัยจะเบื่อ

อุ๊ย โดนแอบมอง

สัตว์ในนี้ดูอุดมสมบูรณ์ เช่น แกะตัวนี้ ชีวิตนี้เคยโดนตัดขนมั้งมั้ย

แต่อัลปาก้าในนี้โดนตัดขนเกรียนกันหมด

อียอร์หน้าป่วย

บรรยากาศรื่นรมย์

เดินเล่นฆ่าเวลาไปพักใหญ่ ถึงเวลาไปสวนที่สองกัน การเดินทางก็เช่นเคย นั่งรถไฟยาวไปลง Akasaka หรือจะเลือกไปลง Ohorikoen ก็ได้ถ้าต้องการไปสวน Ohori ด้วย

ออกจากสถานีเดินเข้าทางปราสาทฟุกุโอกะ จะเป็นซากปราสาทเล็กๆที่เหลืออยู่ หลุดออกมาก็จะเป็นสวน Maizuru แม้สวนนี้จะมีขนาดเล็กกว่าสวน Uminonakamichi แต่ซากุระบานสะพรั่งกว่ามาก บางต้นก็บานเกือบเต็มต้นแล้ว

maizuru

จากสถานีนี่เลือกไปได้สองสวน แต่ถ้าจะชมซากุระต้องมาทาง Maizuru

ถนนบริเวณนี้มีการแบ่งเลนคนเดินกับจักรยานชัดเจน

เริ่มเห็นต้นซากุระตามทาง

หมาชมซากุระหน้าเคลิ้ม

ยิ่งใกล้ทางเข้าสวน ซากุระยิ่งเยอะ

ปราสาทฟุกุโอกะที่เห็นอยู่ คือทั้งหมดที่เหลืออยู่… แค่นี้จริงๆ

ด้านในมีจัดงาน ร้านอาหารมากมาย

ดูน่ากินซะทุกอย่าง

อา ข้าวโพด น่ากินจัง

เครื่องเล่นนี่น่าสนใจไม่น้อย

เล่นได้ทุกวัย

ครอบครัวสุขสันต์อีกแล้ว

ที่ฟุกุโอกะถึงจะลมเย็น แต่แดดแรงสุดยอด พกร่มไว้ก็เป็นเรื่องดี

สาวๆเมืองฟุกุโอกะ

หมาเมืองนี้ตัวเล็กกันจริงๆ

ซากุระเต็มต้น!!!!

มีคนมานั่งชมดอกไม้กันเต็มไปหมด

ต้นซากุระเต็มไปหมด มองทางไหนก็ดูดี

จุดชมวิวนี้จะปิดตอน 6 โมง เพื่อเตรียมเปิด light up

บนนี้จะเห็นสวนได้โดยรอบ

อีกฟาก สามารถมองเห็นพระอาทิตย์ตก

ก่อนกลับรูปสุดท้าย

และแล้วก็จบภารกิจตามล่าหาซากุระสำเร็จไปด้วยดี ประสบการณ์การเห็นซากุระครั้งแรกบอกได้เลยว่าตื่นตามาก ถึงแม้จะยังไม่บานเต็มต้นก็เถอะ ไว้ปีหน้าจะกลับมาดูซากุระบานเต็มต้นให้ได้

ไว้เจอกันใหม่ทริปหน้า สวัสดีครับ

  • 4
  •  
  •  

Warning: Missing argument 1 for cwppos_show_review(), called in /home/content/31/10462331/html/babedev/blog/wp-content/themes/flat/content-single.php on line 29 and defined in /home/content/31/10462331/html/babedev/blog/wp-content/plugins/wp-product-review/includes/legacy.php on line 18

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *